การดูแลผิวแต่ละช่วงวัยอย่างผู้เชี่ยวชาญ

Share Button

เพื่อให้มีผิวสวยอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน นอกจากจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวอย่างผลิตภัณฑ์ dr.jill และผลิตภัณฑ์อื่นๆแล้ว วิธีปรนนิบัติผิวตามประเภทของผิวที่เราแต่ละคนมีแล้วเรายังจำเป็นต้องมีการดูแลผิวตามวัยอีกด้วย เนื่องจากในแต่ละช่วงเวลา และช่วยวัยนั้น ระบบต่างๆของร่างกาย รวมไปจนถึงผิวพรรณจะมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป การดูแลผิวที่ได้ผลดีในและละช่วงเวลานั้นอาจใช้ไม่ได้ผลหากเวลาผ่านเลยไปแล้ว เราจะสามารถรักษาความสวยงามและความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ได้ยาวนาน โดยผู้เชี่ยวชาญได้ทำการแบ่งประเภทของผิวพรรณและวิธีการดูแลไว้ 8 กลุ่ม ตามลักษณะของการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างดังนี้

แรกเกิด – 1 ปี ผิวจะแห้ง แพ้ง่าย มีความบอบบางที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการขัดถูอย่างแรงหรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด เช่น สบู่ หรืสารเคมีที่รุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวได้รับความเสียหาย เกิดอาการระคายเคืองได้
ช่วงอายุ 2 – 6 ปี ผิวเริ่มมีความแข็งแรง ต่อน้ำมันและต่อมเหงื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปัญหาเกี่ยวกับผิวบางอย่างลดน้อยลง เช่น การติดเชื้อรา ผดผื่นคัน แต่อย่างไรก็ตามผิวหนังยังเติมโตไม่เต็มที่ยังคงมีปัญหาผิวใหม่ๆ ตามมาอีก
ช่วงอายุ 7 – 11 ปี โครงสร้างของผิวมีการเจริญเติบโตและแข็งแรงขึ้นมาก ปัญหาผิวลดน้อยลง แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเติบโตสูง มีการออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากกว่าช่วงเวลาก่อน เช่น ไปโรงเรียน เล่นกลางแจ้ง ทำให้ผิวมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ผิวเกิดปัญหาได้
ช่วงอายุ 12 – 19 ปี เป็นช่วงวัยหนุ่มสาว ผิวมีการพัฒนาเติบโตย่างเต็มที่ ปัญหาผิวที่พบบ่อยคือ สิว  หรับวิธีการดูแลคือการหมั่นทำความสะอาดผิวอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา หรือบีบสิว รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างเครียด และเลือกปรนนิบัติผิวอย่างอ่อนโยน
ช่วงอายุ 20 – 26 ปี เป็นช่วงที่ย่างเข้าสู่วันผู้ใหญ่ตอนต้น ปัญหาเกี่ยวกับสิวเริ่มน้อยลง แต่มีปัญหาอื่นตามมา เช่น ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากผิวนี้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเสื่อมโทรม จึงควรระมัดระวังให้มาก
ช่วงอายุ 27 – 48 ปี มีความเสื่อมสภาพของผิวมากเป็นพิเศษเช่น ผิวไม่สดใส หรือไม่เปล่งปลั่งอย่างที่เคย มีริ้วรอยเกี่ยวย่นบนหน้าผาก มุมปาก หางตา มีกระ ริ้วรอยใต้ตา โดยสาเหตุของความเสื่อมโทรมดังกล่าวเกิดจากความเสื่อมโทรมตามอายุ เนื่องจากกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายทำงานได้น้อยลง
ช่วงอายุ 49 – 62 ปี เป็นวัยหมดประจำเดือน ผิวจึงเสื่อมโทรมเร็ว เนื่องจากร่างกายไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ผิวจึงมีความแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมนออกมากเคลือบผิวได้น้อย ผิวาดความยืดหยุ่น และมีความอ่อนแอ
ช่วงอายุ 63 ปี ขึ้นไป ผิวเกิดริ้วรอย มีความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง ผิวหนังบางลง ต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันที่มีประโยชน์ออกมากน้อยลง ทำให้ผิวมีความแห้งกร้านไม่สดใส